posted on 06 Sep 2009 11:35 by timsam
เมื่อวันศุกร์ช่วง 2 ทุ่มเกิดเรื่องเศร้าและการสูญเสียของหน่วยงานฉัน ....คือการสูญเสีย ผอ. ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อในบ้านที่สองของฉัน ท่านเกิดอุบัติเหตุจากรถยางแตกแล้วเสียหลักไปชนเกาะกลางแล้วพุ่งไปอีกฝั่งเสียชีวิตคาที่....ท่านทิ่งภาระไว้ข้างหลังอีกหลายเรื่อง..มากมาย ..
โดยเฉพาะลูกสาว 2 คน คนโตกำลังเรียนเอกฟิสิกที่ ม.นเรศวร สาขาพะเยา (รุ่นน้องพลอย) คนเล็กเรียนม.1 และพ่อกับแม่อายุ 80กว่า ที่มีลูกชายคอยดูแลอยู่คนเดียว
......ไม่มีอะไรจะเศร้าเกินไปกว่าความตายอีกแล้ว
ที่ฉันหยิบยกขึ้นมาเล่าเพราะว่ามีอุทาหรณ์ในการสูญเสียครั้งนี้ที่อยากให้ผู้ที่เข้ามาอ่านพึงระวัง
สาเหตุของการเสียชีวิต
1. การไม่คาดเข็ดขัดนิรภัยในรถ ทำให้หน้าอกกระแทกพวงมาลัยอวัยวะภายในหัก แตก
2.ไม่เช็คยาง ที่มีอายุการใช้ยานที่นานเกินปี
3. ขับรถเร็วในขณะฝนตก ถนนลื่น
4.ใจร้อนเพราะจะมาตรวจงานที่คั่งค้างอยู่บนโต๊ะ (งานบางอย่างรอได้ ต้องนึกถึงความปลอดภัยไว้ก่อน)
ภาระที่ทิ้งไว้
ผอ.ไม่เคยคุยกับภรรยาเลยว่าตัวเองมีภาระอะไรบ้างเช่นหนี้สิน เงินกู้ หรือรายได้ ต่างๆ คนเป็นภรรยามืดแปดด้าน
...ไม่เคยวางแผนชีวิตไว้ให้ครอบครัวเลย ..เช่น การประกันชีวิต การประกันอุบัติเหตุ หรือการเก็บออมเงินไว้เป็นทุนให้ลูกเรียนหนังสือ เพราะท่านคงคิดว่า ยังมีเวลาอีกยาวไกล (ท่านอายุ 47 ปี )
...... จึงทำให้ฉันตระหนักในการเตรียมตัว ระวังตัวมากขึ้น
จึงขอฝากแง่คิดในการใช้ชีวิตไว้ว่า
......... ในแต่ละวันเราจะประมาทกับชีวิตไม่ได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว
ปล. ขอขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามาคอมเม้นนะคะ อ่านทุกคนเลย ช่วงนี้ขอเสียมารยาท เป้นผู้สื่อสารทางเดียวก่อน ต่อไปจะเข้าไปสื่อสารกับเพื่อนๆบ้างนะคะ (ขออภัยมาที่นี้ด้วย)
posted on 01 Sep 2009 19:18 by timsam
ย้อนถึงวันวาร..................
ที่บอกว่ากำลังหา Sponsor สนับสนุนงบประมาณในการจัดทำ ห้องสมุดไทยคิด นั้นเป็นความตั้งใจที่จะบอกกล่าวเพื่อนๆ
เผื่อว่ารู้จักห้างร้าน บริษัท หรือบุคคล ที่มีจิตศรัทธาในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมก็ส่งข่าวมาได้เลย
นึกว่าช่วยกันส่งเสริมให้ เด็กและเยาวชนไทยรักการอ่านตามนโยบายและวาระแห่งชาติ ที่จะส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน ร่วมกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้เพื่ออนาคตของชาติจะได้มีเด็กเก่ง ฉลาด นะคะ
ความสุขและกำลังใจ ของฉันก็คงไม่พ้น มีลูกดี มีสามีดี มีเพื่อนดี และสิ่งที่ล้อมรอบตัวเราในแต่ละวันจะมีทั้งความสุข ความทุกข์ ควบคู่กันเสมอ
ความสุข มีประโยชน์ทำให้เรามีพลังทำประโยช์ให้กับผู้อื่น
ความทุกข์ ก็มีประโยขน์เพราะจะทำให้เราเกิดปัญญา ทำให้เราเข้าใจชีวิต
วันนี้ฉันขอหยิบยกข้อความที่คุณฐิตินาถ ณ พัทลุง หญิงแกร่งที่สู้ชีวิตหลังจากสามีเสียชีวิตพร้อมกับทิ้งคำว่าเป็นบุคคลล้มละลายให้เป็นมรดก แต่เธอก็มี น้องทะเล ลูกชายที่เป็นกำลังใจให้ต่อสู้กับชีวิตได้
เธอมี สูตรสำเร็จแห่งความสุข 4 ประการ คือ
1. ถ้าเราอยู่กับตัวเองได้ ก็เป็นมิตรกับตัวเองได้เมื่ออยู่คนเดียว
2. ถ้าเรารักตัวเองเป็น เราก็จะรักคนอื่นได้ถูกต้อง
3. งานที่เราทำก็จะออกมาได้ดี
4. แล้วเราก็จะสามารถเข้าถึงธรรมชาติและรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติ
หลักการและวิธีคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบง่ายๆ สำหรับคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาชีวิตลองใช้ชีวิตตามที่คุณฐิตินาถบอกดู บางทีหนทางอยู่แค่เอื้อม เพียงแต่มองไม่เห็นเท่านั้น
posted on 31 Aug 2009 20:00 by timsam
หลังจากห่างหายไปนานมากเนื่องจากภาระหน้าที่ที่ต้องรับใช้ประชาชน(การเป็นข้าราชการก็คือการเป็นข้าของประชาชนนั่นเอง) วันนี้ฉันได้เดินทางไปร่วมประชุมกับ TK Park ที่เซ็นทรัลเวิลด์ เรื่องการทำห้องสมุด ไทยคิด (ห้องสมุดเด็ก ) คือการจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็กเพื่อจูงใจให้เด็กรักการอ่านผ่านการเรียนรู้สิ่งต่างๆที่ห้องสมุดได้จัดสภาพและบรรยากาศไว้ ..
ก็เป็นเพียงแนวทางเท่านั้นเพราะห้องสมุดที่ฉันทำงานอยู่มีพื้นที่กว้างขวางเหมาะสมในการทำ ห้องสมุดไทยคิด ....แต่ยังขาดปัจจัยหลักคือทุนจำนวนมากถึงหลัก 500,000-600,000 บาท
นึกแล้วก็ยังถอนใจอยู่.......ไม่รู้ว่าจะไปขอให้ใครมาเป็นผู้สนับสนุนให้...
เพื่อนๆชาว Exteen ผ่านเข้ามาช่วยเสนอช่องทางให้บ้างนะคะ นึกว่าช่วยกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้เด็ก ในชนบทที่ขาดโอกาสในการเรียนรู้โลกกว้างอย่างเด็กในเมือง
................. ได้บุญสูงเลยที่เดียวนะคะจะบอกให้...
ในขณะที่รอประชุมได้อ่านหนังสือเรื่อง รู้จักใช้ เข้าใจเงิน ที่อาจารย์วรากรณ์ สามโกเศศ นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังเขียนไว้ จึงได้พบเกร็ดความรู้ ในหัวเรื่อง "เก็บออมตั้งแต่วันนี้" Stsrt Saving up Today อ่านแล้วได้ใจมากเลย..จึงเก็บมาบอกต่อเพื่อให้เพือ่น ๆน้องๆ หลาน ๆ จำไปปฏิบัติบ้าง ดังนี้
1. กินอยู่ ให้ต่ำกว่าฐานะ
2.จับตาการใช้จ่ายเกินตัว
3.ปรับทัศนคติ เปลี่ยนการกระทำ
4.หยุดใช้ชีวิตเลียนแบบผู้อื่น
5.เริ่มออมเงินวันนี้
สรุปก็คือ... การใช้ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง รู้จักความพอดี ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล และควบคุมความต้องการของตนด้วยสติสัมปชัญญะ คือเคล็ดลับการดำเนินชีวิต
posted on 19 Aug 2009 20:48 by timsam
วันนี้ฉันมีความสุขใจมากที่ได้ให้...หลายๆสิ่งหลายๆอย่างกับเพื่อนมนุษย์ มันเป็นความอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูกที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยเพียงแต่ฉันได้แบ่งบันความลงตัวได้อย่างเหมาะสม ถ้าไม่เล่าก็ลงไม่มีใครรู้ว่าฉันอิ่มใจเรื่องใด....
ที่ทำงานตอนนี้กำลังตื่นตัวกับการทำห้องสมุดให้เป็นห้องสมุด 3 ดี (ตามที่เจ้าสังกัดคาดหวัง)
ดีที่ 1
คือห้องสมุดต้องมีหนังสือดี เนื้อหามีสาระทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการ
ดีที่ 2
คือบรรยากาศดี สะอาด ร่มรื่น สวยงาม มีบริเวณเหมาะสม และน่าเชื้อเชิญให้เข้ามาใช้บริการ
ดีที่ 3
คือบรรณารักษ์ดี ต้องยิ้มแย้มแจ่มใส มีมนุษย์สัมพันธ์ดี มีบุคลิกภาพดี และมีจิตบริการ
ใน 3 ดี นี้เอง ฉันในฐานะหัวหน้างานจึงต้องเร่งทำดี่ที่ 2 ก่อน เพราะเป็นหน้าตาที่ต้องโชว์ก่อน
ฉันจะพูดกับน้องๆ เสมอว่า ห้องสมุดก็เหมือนบ้านเรานะงานจะมีตลอดทำได้ทั้งวันไม่มีเวลาหยุดเช้าจดเย็นเหนื่อยก็พักก่อนแล้วฉันจะเน้นที่สุดคือความสะอาด โดยเฉพาะห้องสุขาต้องสะอาดที่สุด ก็เลยได้มีการปรับปรุงมุมอ่านหนังสือภายนอกขึ้นภายใต้ร่มเงานของต้นกระดังงา ...จากเดิมจะมีโต๊ะหินอ่อนตั้งอยู่เลยขนไม้ที่บ้านซึ่งเป็นไม้ลังที่เป็นชิ้นส่วนของตะลอมใส่สายเคเบิลโทรศัพท์(พอดีสามีมีอาชีพรับเหมาเดินสายโทรศัพท์)
แล้วจ้างช่างพื้นบ้านคนหนึ่งมาทำโต้ะนั่งรอบๆซึ่งได้ลงค่าแรงงานที่วันละ 300 บาท 4 วันก็เสร็จ
ในช่วงระหว่างวันฉันก็ลงไปตรวจงานก็เลยได้คุยกับช่างซักถามเรื่องส่วนตัวบ้างตามประสา ก็รู้ข้อมูลว่าเขาน่าสงสารมากอายุอยู่ในราว 35 ปี มีลูบชาย 3คน เมียทิ่งหนีตามชายชั่วไป ที่ว่าชายชั่วนั้นคงจะไม่ผิดเพราะสามารถหลอกล่อผู้หญิงที่มีลูกถึง 3 คนแล้วลูกคนสุดท้องอายุราว5 ขวบไปได้ลงคอ ก็เลยปลอบใจเขาว่าอย่าคิดมากเลยเขามไม่อยู่กับเราก็ปล่อยไปอย่าเคียดแค้นหรือคิดทำอะไรที่ไม่ดีเลยจะเป็นบาป ตั้งใจทำงานเลี้ยงลูกไปเถิด ก็ให้กำลังใจเขาไป
วันแรกที่เขามาทำงานไม่มีเงินมาซื้อข้าวกลางวันกินเลยฉันก็เลยให้เขาล่วงหน้าไป 500 บ.วันนี้เป็นวันที่ 3 เขาทำงานเสร็จแล้ว ตามที่ตกลงก็จะเป็นเงิน 900 บาท ฉันตัดสินใจให้เขา 1,500 บาท โดยที่ไม่คิดมากเลย
เขายกมือไหว้ฉันเหมือนอย่างที่ไม่เคยพบใครใจดีเช่นนี้มาก่อน.... แค่นี้แหละที่ฉันอิ่มเอมใจมากที่ได้รู้สึกว่า
ฉันคือผู้ให้สำหรับเขา 
น้องพลอย...จำประโยคนั้นที่สี่แยกแขวงการทาง สุพรรณบุรีได้ไหม
แม่เคยให้หนูอ่าน แม่อยากทบทวนให้ลูกซาบซึ้งอีกครั้งนะ
******* ไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าการให้ *******