เมื่อวันศุกร์ช่วง 2 ทุ่มเกิดเรื่องเศร้าและการสูญเสียของหน่วยงานฉัน  ....คือการสูญเสีย ผอ.  ซึ่งเปรียบเสมือนพ่อในบ้านที่สองของฉัน  ท่านเกิดอุบัติเหตุจากรถยางแตกแล้วเสียหลักไปชนเกาะกลางแล้วพุ่งไปอีกฝั่งเสียชีวิตคาที่....ท่านทิ่งภาระไว้ข้างหลังอีกหลายเรื่อง..มากมาย  ..

โดยเฉพาะลูกสาว 2 คน  คนโตกำลังเรียนเอกฟิสิกที่ ม.นเรศวร สาขาพะเยา (รุ่นน้องพลอย)  คนเล็กเรียนม.1  และพ่อกับแม่อายุ 80กว่า ที่มีลูกชายคอยดูแลอยู่คนเดียว   

......ไม่มีอะไรจะเศร้าเกินไปกว่าความตายอีกแล้ว

ที่ฉันหยิบยกขึ้นมาเล่าเพราะว่ามีอุทาหรณ์ในการสูญเสียครั้งนี้ที่อยากให้ผู้ที่เข้ามาอ่านพึงระวัง

สาเหตุของการเสียชีวิต

 1. การไม่คาดเข็ดขัดนิรภัยในรถ  ทำให้หน้าอกกระแทกพวงมาลัยอวัยวะภายในหัก  แตก 

2.ไม่เช็คยาง ที่มีอายุการใช้ยานที่นานเกินปี

3. ขับรถเร็วในขณะฝนตก  ถนนลื่น

4.ใจร้อนเพราะจะมาตรวจงานที่คั่งค้างอยู่บนโต๊ะ  (งานบางอย่างรอได้ ต้องนึกถึงความปลอดภัยไว้ก่อน)

ภาระที่ทิ้งไว้

ผอ.ไม่เคยคุยกับภรรยาเลยว่าตัวเองมีภาระอะไรบ้างเช่นหนี้สิน   เงินกู้  หรือรายได้  ต่างๆ  คนเป็นภรรยามืดแปดด้าน  

...ไม่เคยวางแผนชีวิตไว้ให้ครอบครัวเลย  ..เช่น  การประกันชีวิต    การประกันอุบัติเหตุ  หรือการเก็บออมเงินไว้เป็นทุนให้ลูกเรียนหนังสือ  เพราะท่านคงคิดว่า  ยังมีเวลาอีกยาวไกล  (ท่านอายุ  47  ปี ) 

 ...... จึงทำให้ฉันตระหนักในการเตรียมตัว  ระวังตัวมากขึ้น   

จึงขอฝากแง่คิดในการใช้ชีวิตไว้ว่า

       ......... ในแต่ละวันเราจะประมาทกับชีวิตไม่ได้เลยแม้แต่ก้าวเดียว   

ปล.  ขอขอบคุณเพื่อนๆที่เข้ามาคอมเม้นนะคะ   อ่านทุกคนเลย   ช่วงนี้ขอเสียมารยาท เป้นผู้สื่อสารทางเดียวก่อน  ต่อไปจะเข้าไปสื่อสารกับเพื่อนๆบ้างนะคะ  (ขออภัยมาที่นี้ด้วย)

ความสุขและกำลังใจ

posted on 01 Sep 2009 19:18 by timsam

ย้อนถึงวันวาร..................

    ที่บอกว่ากำลังหา  Sponsor  สนับสนุนงบประมาณในการจัดทำ ห้องสมุดไทยคิด  นั้นเป็นความตั้งใจที่จะบอกกล่าวเพื่อนๆ 

เผื่อว่ารู้จักห้างร้าน  บริษัท  หรือบุคคล ที่มีจิตศรัทธาในการทำประโยชน์เพื่อส่วนรวมก็ส่งข่าวมาได้เลย 

  นึกว่าช่วยกันส่งเสริมให้ เด็กและเยาวชนไทยรักการอ่านตามนโยบายและวาระแห่งชาติ   ที่จะส่งเสริมให้ทุกภาคส่วน  ร่วมกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้เพื่ออนาคตของชาติจะได้มีเด็กเก่ง  ฉลาด  นะคะ

ความสุขและกำลังใจ    ของฉันก็คงไม่พ้น  มีลูกดี  มีสามีดี  มีเพื่อนดี  และสิ่งที่ล้อมรอบตัวเราในแต่ละวันจะมีทั้งความสุข  ความทุกข์  ควบคู่กันเสมอ 

ความสุข  มีประโยชน์ทำให้เรามีพลังทำประโยช์ให้กับผู้อื่น

ความทุกข์  ก็มีประโยขน์เพราะจะทำให้เราเกิดปัญญา  ทำให้เราเข้าใจชีวิต

วันนี้ฉันขอหยิบยกข้อความที่คุณฐิตินาถ  ณ พัทลุง หญิงแกร่งที่สู้ชีวิตหลังจากสามีเสียชีวิตพร้อมกับทิ้งคำว่าเป็นบุคคลล้มละลายให้เป็นมรดก แต่เธอก็มี  น้องทะเล ลูกชายที่เป็นกำลังใจให้ต่อสู้กับชีวิตได้ 

เธอมี สูตรสำเร็จแห่งความสุข  4 ประการ  คือ

 1. ถ้าเราอยู่กับตัวเองได้ ก็เป็นมิตรกับตัวเองได้เมื่ออยู่คนเดียว

 2. ถ้าเรารักตัวเองเป็น  เราก็จะรักคนอื่นได้ถูกต้อง

3. งานที่เราทำก็จะออกมาได้ดี

4. แล้วเราก็จะสามารถเข้าถึงธรรมชาติและรู้สึกเป็นอันหนึ่งอันเดียวกับธรรมชาติ

หลักการและวิธีคิดเกี่ยวกับการใช้ชีวิตแบบง่ายๆ  สำหรับคนที่กำลังเผชิญกับปัญหาชีวิตลองใช้ชีวิตตามที่คุณฐิตินาถบอกดู  บางทีหนทางอยู่แค่เอื้อม  เพียงแต่มองไม่เห็นเท่านั้น

หลังจากห่างหายไปนานมากเนื่องจากภาระหน้าที่ที่ต้องรับใช้ประชาชน(การเป็นข้าราชการก็คือการเป็นข้าของประชาชนนั่นเอง)  วันนี้ฉันได้เดินทางไปร่วมประชุมกับ  TK Park  ที่เซ็นทรัลเวิลด์  เรื่องการทำห้องสมุด    ไทยคิด  (ห้องสมุดเด็ก ) คือการจัดเตรียมพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับเด็กเพื่อจูงใจให้เด็กรักการอ่านผ่านการเรียนรู้สิ่งต่างๆที่ห้องสมุดได้จัดสภาพและบรรยากาศไว้    ..

ก็เป็นเพียงแนวทางเท่านั้นเพราะห้องสมุดที่ฉันทำงานอยู่มีพื้นที่กว้างขวางเหมาะสมในการทำ                          ห้องสมุดไทยคิด ....แต่ยังขาดปัจจัยหลักคือทุนจำนวนมากถึงหลัก 500,000-600,000 บาท

นึกแล้วก็ยังถอนใจอยู่.......ไม่รู้ว่าจะไปขอให้ใครมาเป็นผู้สนับสนุนให้...

เพื่อนๆชาว Exteen ผ่านเข้ามาช่วยเสนอช่องทางให้บ้างนะคะ  นึกว่าช่วยกันสร้างสังคมแห่งการเรียนรู้ให้เด็ก ในชนบทที่ขาดโอกาสในการเรียนรู้โลกกว้างอย่างเด็กในเมือง 

................. ได้บุญสูงเลยที่เดียวนะคะจะบอกให้...

ในขณะที่รอประชุมได้อ่านหนังสือเรื่อง   รู้จักใช้  เข้าใจเงิน   ที่อาจารย์วรากรณ์  สามโกเศศ  นักเศรษฐศาสตร์ชื่อดังเขียนไว้  จึงได้พบเกร็ดความรู้  ในหัวเรื่อง "เก็บออมตั้งแต่วันนี้"  Stsrt  Saving  up  Today   อ่านแล้วได้ใจมากเลย..จึงเก็บมาบอกต่อเพื่อให้เพือ่น ๆน้องๆ  หลาน ๆ จำไปปฏิบัติบ้าง  ดังนี้

 1. กินอยู่ ให้ต่ำกว่าฐานะ 

 2.จับตาการใช้จ่ายเกินตัว

 3.ปรับทัศนคติ เปลี่ยนการกระทำ

 4.หยุดใช้ชีวิตเลียนแบบผู้อื่น

 5.เริ่มออมเงินวันนี้

สรุปก็คือ... การใช้ชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง  รู้จักความพอดี  ใช้จ่ายอย่างมีเหตุผล  และควบคุมความต้องการของตนด้วยสติสัมปชัญญะ  คือเคล็ดลับการดำเนินชีวิต 

ความสุขกับการให้

posted on 19 Aug 2009 20:48 by timsam

 

วันนี้ฉันมีความสุขใจมากที่ได้ให้...หลายๆสิ่งหลายๆอย่างกับเพื่อนมนุษย์  มันเป็นความอิ่มเอมใจอย่างบอกไม่ถูกที่จริงก็ไม่ใช่เรื่องใหญ่อะไรเลยเพียงแต่ฉันได้แบ่งบันความลงตัวได้อย่างเหมาะสม    ถ้าไม่เล่าก็ลงไม่มีใครรู้ว่าฉันอิ่มใจเรื่องใด....

ที่ทำงานตอนนี้กำลังตื่นตัวกับการทำห้องสมุดให้เป็นห้องสมุด 3 ดี  (ตามที่เจ้าสังกัดคาดหวัง)            

ดีที่ 1
คือห้องสมุดต้องมีหนังสือดี  เนื้อหามีสาระทันสมัยและสอดคล้องกับความต้องการของผู้ใช้บริการ            
ดีที่ 2
คือบรรยากาศดี  สะอาด  ร่มรื่น  สวยงาม  มีบริเวณเหมาะสม และน่าเชื้อเชิญให้เข้ามาใช้บริการ
ดีที่ 3 
คือบรรณารักษ์ดี  ต้องยิ้มแย้มแจ่มใส  มีมนุษย์สัมพันธ์ดี  มีบุคลิกภาพดี  และมีจิตบริการ

ใน 3 ดี นี้เอง ฉันในฐานะหัวหน้างานจึงต้องเร่งทำดี่ที่ 2 ก่อน เพราะเป็นหน้าตาที่ต้องโชว์ก่อน
ฉันจะพูดกับน้องๆ เสมอว่า ห้องสมุดก็เหมือนบ้านเรานะงานจะมีตลอดทำได้ทั้งวันไม่มีเวลาหยุดเช้าจดเย็นเหนื่อยก็พักก่อนแล้วฉันจะเน้นที่สุดคือความสะอาด  โดยเฉพาะห้องสุขาต้องสะอาดที่สุด  ก็เลยได้มีการปรับปรุงมุมอ่านหนังสือภายนอกขึ้นภายใต้ร่มเงานของต้นกระดังงา ...จากเดิมจะมีโต๊ะหินอ่อนตั้งอยู่เลยขนไม้ที่บ้านซึ่งเป็นไม้ลังที่เป็นชิ้นส่วนของตะลอมใส่สายเคเบิลโทรศัพท์(พอดีสามีมีอาชีพรับเหมาเดินสายโทรศัพท์)
แล้วจ้างช่างพื้นบ้านคนหนึ่งมาทำโต้ะนั่งรอบๆซึ่งได้ลงค่าแรงงานที่วันละ 300 บาท  4 วันก็เสร็จ 


ในช่วงระหว่างวันฉันก็ลงไปตรวจงานก็เลยได้คุยกับช่างซักถามเรื่องส่วนตัวบ้างตามประสา ก็รู้ข้อมูลว่าเขาน่าสงสารมากอายุอยู่ในราว 35 ปี มีลูบชาย 3คน เมียทิ่งหนีตามชายชั่วไป  ที่ว่าชายชั่วนั้นคงจะไม่ผิดเพราะสามารถหลอกล่อผู้หญิงที่มีลูกถึง 3 คนแล้วลูกคนสุดท้องอายุราว5 ขวบไปได้ลงคอ ก็เลยปลอบใจเขาว่าอย่าคิดมากเลยเขามไม่อยู่กับเราก็ปล่อยไปอย่าเคียดแค้นหรือคิดทำอะไรที่ไม่ดีเลยจะเป็นบาป  ตั้งใจทำงานเลี้ยงลูกไปเถิด ก็ให้กำลังใจเขาไป 

วันแรกที่เขามาทำงานไม่มีเงินมาซื้อข้าวกลางวันกินเลยฉันก็เลยให้เขาล่วงหน้าไป 500 บ.วันนี้เป็นวันที่ 3  เขาทำงานเสร็จแล้ว ตามที่ตกลงก็จะเป็นเงิน  900 บาท  ฉันตัดสินใจให้เขา 1,500 บาท โดยที่ไม่คิดมากเลย 
  เขายกมือไหว้ฉันเหมือนอย่างที่ไม่เคยพบใครใจดีเช่นนี้มาก่อน.... แค่นี้แหละที่ฉันอิ่มเอมใจมากที่ได้รู้สึกว่า
ฉันคือผู้ให้สำหรับเขา
   



    น้องพลอย...จำประโยคนั้นที่สี่แยกแขวงการทาง  สุพรรณบุรีได้ไหม 
แม่เคยให้หนูอ่าน  แม่อยากทบทวนให้ลูกซาบซึ้งอีกครั้งนะ   

    *******  ไม่มีอะไรที่ยิ่งใหญ่กว่าการให้  *******